Tags

, ,

DSCF2899

1. ตรวจหมู่เลือด

อันนี้เป็นการตรวจกรุ๊ปเลือดทั่วไป ไม่ค่อยมีปัญหาอะไร ที่่น่าสนใจจะเป็นการตรวจหมู่เลือด Rh (คนไทยส่วนใหญ่เป็น Rh+) ซึ่งถ้าฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งเป็น Rh- จะมีโอกาสแท้งเพิ่มขึ้นมาก

1.2 ตรวจภาวะโลหิตจาง(ธาลัสซีเมีย)

โรคธาลัสซีเมีย เป็นโรคเลือดจางที่มาจากความผิดปกติของพันธุกรรม ทำให้เม็ดเลือดแดงมีอายุสั้นกว่าปกติ พบมากในไทย และมีพาหะของโรคนี้ประมาณ 30-40% (ประมาณ 25-30 ล้านคน)

ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับโรคธาลัสซีเมีย
-> http://www.si.mahidol.ac.th/sidoctor/e-pl/articledetail.asp?id=206

1.3 ตรวจโรคซิฟิลิส, HIV

ตรวจหาโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ที่สามารถถ่ายทอดจากแม่ไปสู่ทารกในครรภ์ได้

1.4 ตรวจหาไวรัสตับอักเสบชนิดบี, ภูมิไวรัสตับอักเสบชนิดบี

ไวรัสที่เป็นสาเหตุสำคัญของโรคมะเร็งตับ , ตับอักเสบเรื้อรัง หรือตับแข็งได้
ในประเทศไทยมีผู้ป่วยเป็นพาหะของโรคอยู่ประมาณ 8-10% (ร้อยคนเจอแปดถึงสอบคน)
การติดเชื้อมีได้หลายทาง ตั้งแต่เลือด น้ำลาย น้ำตา อสุจิ น้ำเมือกในช่องคลอด น้ำดี น้ำนม (เหมือนเอสด์)

(*) ไวรัสตับอักเสบบี ไม่ติดต่อกันผ่านทางการสัมผัสทางผิวหนัง กอด จูบ การมองหน้า ไอจามรดกัน รวมทั้งการทานอาหารและน้ำ (แต่เพื่อป้องกันไว้ก่อน การใช้ช้อนกลางและแยกแก้วน้ำก็ช่วยลดความเสี่ยงได้)

การฉีดวัคซีนป้องกันไวรัสตับอักเสบบี จะทำให้ร่างกายสร้างภูมิต้านทานต่อสู้โรคนี้ไปตลอดชีวิต แต่ถ้าเป็นพาหะแล้ววัคซีนไม่ช่วยอะไร และไม่ควรฉีดในหญิงมีครรภ์ (ดังนั้นควรตรวจสุขภาพก่อนแต่เนิ่นๆ)
ปกติจะต้องฉีดสามเข็ม เว้นระยะห่างกัน โดยรวมทั้งหมดใช้เวลาประมาณครึ่งปี

1.5 ตรวจหาภูมิต้านทานเชื้อหัดเยอรมัน

โรคหัดเยอรมัน เกิดจากเชื้อไวรัส Rubella เชื้ออาศัยอยู่ในน้ำมูก น้ำลาย สามารถติดต่อกันได้โดยการไอ จาม หรือสัมผัสน้ำมูกน้ำลายที่มีเชื้อหัดเยอรมันอยู่ (เชื้อนี้มีชีวิตอยู่ในร่างกายคนได้ถึง 1 ปี เมื่อติดเชื้อแล้วจะยังไม่เกิดอาการทันที ใช้เวลาประมาณ 14 – 21 วันจึงเริ่มเกิดอาการ)

สตรีมีครรภ์ที่ติดเชื้อโรคหัดเยอรมันในช่วงอายุครรภ์ 3 – 4 เดือนแรก จะเป็นอันตรายอย่างยิ่งต่อทารกในครรภ์ ทำให้เด็กที่เกิดมาพิการ เช่น สมองฝ่อ หูหนวก ต้อกระจกตา โรคหัวใจ คนที่เคยเป็นโรคหัดเยอรมันแล้วจะมีภูมิคุ้มกันโรคนี้ไปตลอดชีวิต

โรคหัดเยอรมันสามารถป้องกันได้ด้วยการฉีดวัคซีน ซึ่งอยู่ในวัคซีนรวม 3 โรค วัคซีนเอ็มเอ็มอาร์ (MMR) คือสามารถป้องกันโรคคางทูม โรคหัด และโรคหัดเยอรมัน ได้ภายในเข็มเดียวกัน วัคซีนที่ใช้สร้างจากการนำเชื้อไวรัสที่ยังมีชีวิตอยู่แต่ทำให้อ่อนฤทธิ์ลง เมื่อฉีดแล้วจะทำให้ร่างกายคนสามารถสร้างภูมิคุ้มกันขึ้นช้าๆ และขึ้นสูงสุดในสัปดาห์ที่ 6 ถึง 8 หลังฉีดวัคซีน

สำหรับหญิงวัยเจริญพันธุ์แนะนำให้ฉีดวัคซีนนี้ล่วงหน้าก่อนที่จะตั้งครรภ์อย่างน้อย 1 เดือน
สำหรับหญิงที่กำลังตั้งครรภ์ ห้ามฉีดวัคซีนชนิดนี้เด็ดขาด

Advertisements