Tags

, , , , ,

IMG_2904

(ต่อจากภาคแรก)

Make it efficient

หลังจากเด็กน้อยคลอดออกมาแข็งแรงปลอดภัยดีแล้ว
ก็ถึงเวลาพากลับบ้าน สิ่งแรกๆที่เราสองคนเริ่มทำก่อนก็คือ “จัดระเบียบห้องใหม่”
โดยการทยอยเอาของที่ไม่จำเป็นออกไปเพื่อให้มีพื้นที่มากขึ้น
และจัดเอาอุปกรณ์ที่ต้องใช้ร่วมกันมาอยู่ใกล้ๆกันให้มากที่สุด
ผลลัพธ์ที่ได้ คือมีพื้นที่อยู่สามจุดที่ช่วยประหยัดเวลาของพวกเราได้มาก

จุดแรกคือ มุมเปลี่ยนผ้าอ้อม
ที่จะมีทั้งกระดาษเปียก ผ้ายางรองกันเลอะ แพมเพิร์สใหม่
ขวดมหาหิงส์ คัตตอนบัท กล่องใส่สำลีก้อน และถังขยะรอไว้พร้อม
สามารถอุ้มน้องวางแล้วจับเปลี่ยนแพมเพิร์สได้สะดวก
โดยขยับขาไม่เกินสองก้าวในการเข้าถึงของจำเป็น
ลดเวลาในการเปลี่ยนผ้าอ้อมและสะดวกแม้ยามดึก
(สวิตซ์ไฟเล็กอยู่ติดกับกระดาษเปียก)

จุดที่สอง คือ มุมเตรียมนม
มีกระติกน้ำร้อน นมผง ที่นึ่งขวดนม ที่วางขวดนมสะอาด ผ้าประคบ
แก้วน้ำดื่ม(สำหรับคุณแม่) กรณีนี้ ถ้ามีตู้เย็นอยู่ใกล้จะยิ่งได้เปรียบ

จุดที่สาม คือ มุมอาบน้ำ
จะมีอ่างอาบน้ำเด็ก ผ้าขึงรองให้เด็กนอนเวลาอาบน้ำ
ผ้าอาบน้ำ สบู่เด็ก แก้ว ฝักบัว ขันน้ำ ก็อกน้ำ ผ้าเช็ดเท้า และถังขยะ
สำหรับการอาบน้ำเด็ก ถ้าเราวางอ่างอาบน้ำไว้ต่ำ
จะทำให้ต้องก้มเยอะเวลาจับลูกอาบน้ำ (อาจทำให้ปวดเมื่อยหลังง่าย)
ที่บ้านก็เลยใช้วิธีวางอ่างบนโต๊ะสูงระดับเอว ทำให้ยืนอาบน้ำลูกสบายๆ

IMG_2901

Reasons to cry

พฤติกรรมเด็กน้อยช่วงเดือนแรกนี้ยังไม่มีอะไรมาก
หิวก็ให้ดูดนม กินอิ่มก็จะนอนหลับ
ฉี่/อึก็เปลี่ยนแพมเพิร์ส

และที่มาของความหลากหลายนั้น เริ่มต้นที่การ “แหกปาก” ครับ

IMG_1686

มันอยู่ในสัญชาตญาณของสิ่งมีชีวิตที่เรียกร้องความช่วยเหลือ
เพราะยังช่วยเหลือตัวเองไม่ได้
และก็หน้าที่อันสำคัญยิ่งของพ่อแม่ที่จะต้องช่วยแก้ปัญหาให้ลูกน้อย

แต่ปัญหาที่เจอคือ ช่วงแรกพ่อแม่มือใหม่อย่างพวกเรายังแยกไม่ออกครับ
ว่าระหว่าง หิวกับปวดท้อง มันต่างกันยังไง
(สาเหตุของปวดท้องที่เจอคือหลังกินนมแล้วไม่ได้จับนอนเรอ
ทำให้น้องแน่นท้องแล้วซักพักก็จะเริ่มโวยวาย)

จุดนี้ขอให้เชื่ออย่างนึงไว้ก่อนเลยว่า
การที่เด็กเล็กอย่างเขาร้องออกมานี่
เขาต้องการจะสื่อสารอะไรซักอย่างกับเรา
เพียงแค่เขายังไม่รู้จักวิธีสื่อสารแบบเป็นระบบอย่างภาษาแค่นั้นเอง

IMG_1109

หลังจากที่ผมพยายามฟังและคอยสังเกตอยู่พักใหญ่
เราสองคนก็เริ่มแยกได้ว่าเสียงร้องของแต่ละอาการไม่เหมือนกัน
เวลาหิว ลูกผมจะออกเสียงคล้ายๆ อะแฮ้! (เสียงชัดแจ๋ว….)
แต่เวลาปวดท้องจะร้องและทำท่ามือเกร็งๆหน่อย (แต่เสียงร้องจำแนกได้ไม่ชัดเจน)
แต่ถ้าง่วงนี่ ลูกอ้าปากหาวเลยไม่ต้องเดาให้เสียเวลา

พอจับรูปแบบเสียงได้ ชีวิตก็เริ่มง่ายขึ้นอีก steps

(*) เคยมีฝรั่งที่เป็นผู้เชี่ยวชาญด้านเสียงร้องของเด็กทารก
มาวิเคราะห์เสียงของเด็กไทย พบว่ามีรูปแบบชัดเจนอยู่ 5 เสียง
ลองหาข้อมูลเพิ่มเติมดูนะครับ 🙂

IMG_2620

Yellow skin

ปัญหาต่อมาที่เราเจอก็คือ
น้องนอนหลับสั้นมาก และตื่นบ่อย
คุณแม่ก็เริ่มไม่ได้นอน และอ่อนเพลียลงๆ
แล้วพอถึงกำหนดครบ 7 วันที่ต้องพาน้องไปตรวจที่โรงพยาบาล
เราก็ได้ยินข่าวร้ายจากคุณหมอ น้องตัวเหลืองเกินค่ามาตรฐาน

ต้นเหตุของปัญหาคือน้องได้น้ำนมน้อยเกินไป ทำให้ขับสารเหลืองออกได้น้อย
วิธีแก้ก็คือต้องให้น้องได้นม(หรือน้ำ)ให้เพียงพอ
แล้วน้องจะขับสารเหลืองออกจากร่างกายได้ดีขึ้นเอง

สาเหตุสำคัญอันหนึ่งคือ วิธีการดูดของน้องยังไม่ถูก
เช่น น้องอ้าปากไม่กว้างพอ ทำให้งับได้แค่หัวนม
ลิ้นจึงไม่สามารถไล่นมจากฐานล่าง ทำให้ได้ปริมาณนมน้อย

พอทำผิดวิธีบ่อยๆก็ชิน ไม่ยอมอ้าปากกว้าง ทำให้ยิ่งกินยิ่งได้นมน้อย
พอนมถูกใช้น้อย ร่างกายก็ไม่ได้ผลิตนมเพิ่ม เลยยิ่งทำให้นมน้อยไม่พอกิน

47921

และการที่น้องได้นมน้อย ยังส่งผลให้น้องนอนหลับได้สั้น (เพราะไม่อิ่ม)
พอไม่อิ่มก็ตื่นไว แล้วก็วนเวียนเป็นลูปไม่รู้จบไปเรื่อยๆ ซึ่งบั่นทอนพลังงานคุณแม่มาก

ทุกคนส่งผลต่อเนื่องเป็นลูกโซ่ยาวชนิดที่คิดไม่ถึง

นอกจากนี้…

สถานการณ์แบบนี้ ยังทำให้คุณแม่บางคนที่มีนมน้อยเริ่มถอดใจ
เปลี่ยนไปใช้นมชงแทนนมแม่ พอใช้นมชง ร่างกายก็ถูกลูกดูดกระตุ้นน้อยลง
นมแม่ก็ยิ่งลดน้อยลงไปอีก ทำให้ไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากใช้นมผงเลี้ยงลูกต่อไป

ซึ่งนี่คือจุดสำคัญที่ทำให้บริษัทนมผงพยายามแจกตัวอย่างนมผงให้ว่าที่คุณแม่แต่เนิ่นๆ
เพราะเมื่อเกิดโอกาสเปลี่ยนจากนมแม่เป็นผงแล้ว ยากจะกลับไปให้นมแม่ได้อีก
และกลายเป็นกลวิธีทางการตลาดของบริษัทนมผงที่ใช้มาตลอดหลายสิบปี

47917

เพื่อแก้ปัญหาให้ตรงจุด เราก็ตัดสินใจให้น้อง admit เข้าโรงพยาบาล
จับน้องแก้ผ้าส่องไฟ (มีผ้าปิดตาน้อง) และให้น้ำเกลือช่วย 😦

47923

นี่เป็นช่วงเวลาที่ทำใจลำบากมาก
และเสียใจที่ยังดูแลน้องได้ไม่ดีเวลาเห็นลูกโดนใส่สายน้ำเกลือ 😥
(เริ่มเข้าใจคำว่าเห็นลูกเจ็บแล้วเจ็บแทน ตอนที่เห็นลูกชายวัย 7 วันโดนเข็มเสียบมือ)

แต่ในที่สุด

มันก็ผ่านไป….

เด็กน้อยค่าตัวเหลืองลดลงตามลำดับ

และคุณหมอให้กลับบ้านได้ TvT

Different ways

ข้อดีของการเลี้ยงลูกน้อยในบ้านที่มีญาติผู้ใหญ่คอยช่วยสนับสนุนอยู่ข้างๆ
คือโอกาสเรียนรู้ ทักษะเล็กๆน้อยๆในการดูแลลูกที่คุณแม่มือใหม่ยังไม่ค่อยชำนาญ
ไม่ว่าจะเป็นการอาบน้ำเด็ก การกล่อมนอน การปลอบและการหลอกล่อ ฯลฯ
บางครั้งอาจรวมไปถึงการดูแลเรื่องอาหารการกิน การปลอบ
หรือการช่วยดูแลเด็กน้อย ยามที่คุณแม่ต้องการความช่วยเหลือเป็นพิเศษ

แต่ในบางบ้าน ความคิดเห็นหรือวิธีในการเลี้ยงดูของผู้ใหญ่บางท่านอาจแตกต่างกัน
จนมาสู่ปัญหาความขัดแย้งในการดูแลเด็กน้อย จนทำให้ความสุขในการเลี้ยงดูลูกลดน้อยลงไป

ปัญหาเหล่านี้ ผมก็เจอ…

และกว่าจะผ่านมันไปได้ก็ใช้ทั้งเวลาและวิธีมากมายเผื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุด
ผมเห็นเพื่อน/น้องบางคนตั้งใจ(อย่างมาก) ที่จะแต่งปั้นลูกให้เติบโตเป็นไปตามที่ตัวเองต้องการ
ต้องฝึกแบบนั้นแบบนี้ ต้องเลี้ยงอย่างนี้ ฯลฯ โดยสร้างกำแพงกั้นระหว่างคนต่างวัยขึ้นมา

ผมไม่คิดว่า นั่นคือทางออกที่ดีที่สุดสำหรับปัญหานี้นะครับ..

เพราะการทำแบบนั้น คือการตั้งใจให้และคาดหวังกับลูก
มากเสียจนอาจจะทำให้คุณมองข้าม
ความสุขของคนที่เข้ามาช่วยดูแลเด็กน้อยไป

และเมื่อความสุขของคนรอบข้างไม่มี
คุณคิดหรือว่าคุณจะสามารถเลี้ยงดูลูกน้อยอย่างมีความสุขลำพังไปได้ยาวนาน

….

..

.

ถ้าถามว่าจุดสมดุลระหว่างคนต่างวัยภายในครอบครัวนั้นอยู่ตรงไหน…
ผมไม่มีคำตอบสำเร็จรูปให้นะครับ

มันเป็นเรื่องที่แต่ละครอบครัวต้องไปปรับจูนกันเอง ตามวิธีแลกเปลี่ยนความเห็น
และสไตล์การทำความเข้าใจของผู้ใหญ่ในแต่ละบ้าน
สิ่งบางเรื่องอาจจะง่าย แต่บางเรื่องอาจจะยากมาก
โดยเฉพาะเรื่องความเชื่อ

ปัจจุบันเรามีข้อมูลมากมายเกี่ยวกับวิธีการดูแลลูก
ที่สามารถพิสูจน์ว่าดีกว่าวิธีการในยุคก่อน
ซึ่งมักจะกลายเป็นประเด็นที่ทำให้เกิดปัญหาระหว่างวิธีเลี้ยงของคนสองยุค
ไม่ว่าจะเป็น

– เด็กยังไม่รู้เรื่อง และไม่เข้าใจที่เราพูด
ความเชื่อที่ว่าการปล่อยให้เด็กร้องไห้ช่วยทำให้ปอดขยาย
ถ้าไม่ดัดขาเด็ก โตมาจะขาโก่ง
– ทาอัญชันแล้วคิ้วจะดก

IMG_1460

– หลังคลอดแม่ต้องอยู่ไฟ
– กินอาหารเสริมเร็วๆ
– นมแม่หมดประโยชน์เมื่อครบหกเดือน
– ปลุกลูกมากินนมตอนดึกๆจะทำให้โตไว
– การอุ้มมากจะทำให้เด็กติดอุ้มและไม่ดี
– ต้องอุ่นนมให้อุ่นก่อนกินถึงจะดี

ฯลฯ

ผมเชื่อว่าตอนนี้เราอยู่ในยุคที่มีข้อมูลมากกว่าสมัยรุ่นพ่อรุ่นแม่เราหลายแสนเท่า
เรามีผลงานวิจัยที่ทดลองกับเด็กจำนวนมากเพื่อพิสูจน์ความเชื่อทั้งหลาย
ปัญหามันไม่ได้อยู่ที่วิธีการของคนรุ่นก่อนมันไม่ถูก

แต่ปัญหาคือข้อมูลยุคใหม่มันไปไม่ถึงคนรุ่นนั้นต่างหาก
ถ้าคุณทำตัวเป็นตัวเชื่อมคนรุ่นก่อนกับข้อมูลยุคใหม่ได้
ผมเชื่อว่าปัญหาหลายๆอันจะลดลงไปได้เยอะเลย

และนี่เป็นทางออกที่ครอบครัวผมใช้ได้ผลมากพอสมควร
(หมายเหตุ ไม่จำเป็นว่าต้องใช้แค่คนในครอบครัวที่เป็นตัวเชื่อมนะครับ)

เอาเวลาไปเล่นกับลูกมากๆ ช่วยเสริมสร้างพัฒนาการได้ดีกว่าของเล่นชิ้นไหนๆ
ช่วงเวลาที่เด็กพัฒนาและซึมซับลักษณะของพ่อแม่ได้ดีที่สุด คือช่วงสามขวบแรก
อย่าปล่อยให้เวลาผ่านไปโดยเปล่าประโยชน์นะครับ

🙂

ภาคต่อไป จะเป็นปัญหาระดับสามเดือนของเด็กน้อยครับ 🙂

Advertisements